วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ปัญหาการทะเลาะวิวาทและการใช้ความรุนแรงของนักเรียน นักศึกษา

๑.  แนวทางการป้องกันและการแก้ไขปัญหาในระดับครอบครัว
     พ่อ แม่ ควรได้รับการอบรมแนวทางที่ถูกต้องในการเลี้ยงดูลูก และวิธีการสอนเชิงสร้างสรรค์ความคิด ควรประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูก หากโรงเรียนใดเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนขึ้น ทางโรงเรียนควรเชิญพ่อแม่ ผู้ปกครอง มารับรู้พฤติกรรมของลูกของตนด้วยและควรจัดอบรมวิธีการเลี้ยงดูเด็กที่มีปัญหาทางครอบครัว
๒.  การใช้หลักศาสนามาช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหา   
  ควรมีหลักสูตรศาสนากำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการและมีตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาเป็นอัตราบรรจุในแต่ละโรงเรียน เพื่อทำหน้าที่สอนศาสนาให้กับนักเรียนนักศึกษา ควรมีหนังสือธรรมะที่ง่ายต่อการอ่านและความเข้าใจ ความสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น นิทานธรรมะสำหรับเด็ก หนังสือมงคลชีวิต เป็นต้น
๓.  แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาภายในโรงเรียน     
๑) ด้านหลักสูตร
          ควรมีการบูรณาการเรื่องศีลธรรมลงไปในทุกวิชา เพื่อจะได้เป็นการสอดแทรกธรรมะเข้าไปในจิตใจของนักเรียนตลอดเวลา และก่อนเรียนหนังสือทุกวิชาต้องให้นักเรียนนั่งสมาธิก่อน ๕ นาที เพื่อปรับใจของนักเรียนให้พร้อมที่จะรับรู้สิ่งที่จะได้เรียนต่อไป เน้นสอนเด็กให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองครอบครัว สังคม และประเทศชาติ
     ๒) ด้านมาตรการป้องกันภายในโรงเรียน
          ตรวจค้นอาวุธนักเรียนนักศึกษาทุกวัน โดยมอบหมายให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย ครูต้องเข้มงวดมากขึ้น ในการสอน อบรม ทำโทษเด็ก หลังการถูกจับ ครูต้องทำโทษ เช่น ทำทัณฑ์บน โรงเรียนต้องมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น หรือลงโทษด้วยการให้บำเพ็ญประโยชน์ภายในเวลาที่กำหนด แทนการลงโทษทางอาญา โดยทำเหมือนกันทุกโรงเรียน
     ๓) โรงเรียนควรมีการประสานความร่วมมือกับฝ่ายต่าง ๆ ดังนี้         
ให้สถาบันการศึกษาส่งรายละเอียดกิจกรรมสำคัญของสถาบันที่จะดำเนินการ ให้กับตำรวจล่วงหน้า ๒ อาทิตย์ เพื่อให้ตำรวจได้สืบสวนหาข่าวและวางแผนการป้องกันการก่อเหตุทะเลาะวิวาท
          ประสานงานกับโรงเรียนอื่น ๆ โดยจัดทำทะเบียนประวัตินักเรียนนักศึกษาที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และแจกจ่ายไปตามโรงเรียนต่าง ๆ นำกลุ่มเสี่ยงของแต่ละโรงเรียนมาพบปะและสัมมนากัน

 ๔) ด้านตัวของนักศึกษา         
 ให้มีกลุ่มเครือข่ายคนดี หรือกลุ่มเครือข่ายวัยรุ่นคุณธรรม หรือกลุ่มนักเรียนต้นแบบในโรงเรียนคอยสอดส่องและส่งข่าวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ภายในโรงเรียน สร้างสังคมให้ยอมรับ ส่งเสริม สนับสนุนคนทำความดี
๕) ด้านการจัดกิจกรรมและบำเพ็ญประโยชน์         
      จัดให้มีกิจกรรมทั้งภายในและภายนอกสถาบันการศึกษา เป็นกิจกรรมที่เน้นการพัฒนาจิตใจด้านศีลธรรม ผ่อนคลาย ระบายความเครียดจากการเรียน ได้ปลดปล่อยเรี่ยวแรงกำลังออกมาอย่างสร้างสรรค์ เช่น การสอบตอบปัญหาธรรมะชิงทุนการศึกษา การพัฒนาวัดที่อยู่ใกล้เคียง หรือโรงเรียนของตน การแข่งกีฬาสี เป็นต้น
๔.  แนวทางในการฝึกอบรมระเบียบวินัย    
จัดโครงการอบรมเยาวชนกลุ่มที่มีปัญหาเป็นพิเศษ โดยเข้าฝึกวิชาทหาร ๑ ปี หรือ บวช ๑ ปี โดยอนุญาตให้พักการศึกษาได้ จัดกิจกรรมการฝึกวินัยช่วงเปิดเทอมในภาคเรียนที่ ๑ ให้กับเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมต้นจนถึงมัธยมปลาย หรือ ปวช. ทุกวัน ๆ ละ ๑ ชั่วโมง โดยให้ทหารมาเป็นครูฝึก นักเรียนตั้งแต่ระดับ ม. ๔ หรือ ปวช. ๑ ทุกคนต้องผ่านการศึกษาวิชาทหารโดยไม่มีข้อยกเว้น
๕.  มาตรการที่สังคมควรช่วยป้องกันและแก้ไข
     ต้องแก้ไขปัญหาตั้งแต่รากหญ้า คือ สถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา ที่จะต้องมีการจัดระบบการดูแลเด็กให้สอดรับกัน สังคมต้องยอมรับส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ สถาบันการศึกษาที่ผลิตเด็กนักเรียนนักศึกษาที่อยู่ในระเบียบวินัย ให้เข้าทำงานตามที่ต่าง ๆ ต้องแก้ปัญหาเรื่องเพศให้ลดลง เพราะเรื่องนี้มักเป็นต้นเหตุของเรื่องร้ายแรงอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย
     การลงข่าวของสื่อมวลชนควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่ควรลงข่าวจนทำให้เด็กนักเรียนเกิดความคิดคึกคะนอง อยากดัง จากการเป็นข่าวใหญ่ในสังคม เช่น การลงข่าวการทะเลาะวิวาทกันในข่าวพาดหัวหน้า ๑ หนังสือพิมพ์ เป็นต้น ไม่ควรลงข่าวโดยระบุชื่อสถาบันการศึกษาอย่างชัดเจนเพราะจะเป็นการยั่วยุให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน ควบคุมคุณภาพการผลิตสื่อมวลชนทุกชนิดทุกประเภท มีสายตรงแจ้งเบาะแสเมื่อมีการเริ่มก่อตัวก่อเหตุทะเลาะวิวาทของเยาวชน
๖.  มาตรการการแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทเชิงนโยบาย    
 สรุปมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทและการใช้ความรุนแรงของนักเรียนนักศึกษาเชิงนโยบายต่อรัฐ ดังนี้
     ๑.  มาตรการด้านกฎหมาย จากการศึกษาพบว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันมิให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทและการใช้ความรุนแรงของนักเรียนนักศึกษา ควรพิจารณาเสนอกฎหมายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลดังนี้
          ๑) กฎหมายด้านการจำหน่ายและการพกพาอาวุธ ควรมีกฎหมายควบคุมประเภทของอาวุธที่จำหน่ายได้และการตรวจตราใบอนุญาตอย่างจริงจัง ควรเพิ่มโทษของการพกพาอาวุธให้หนักยิ่งขึ้น เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาเกรงกลัวต่อความผิด
          ๒) กฎหมายด้านการห้ามนักเรียนนักศึกษาดื่มหรือจัดหาซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้น เมื่อเด็กนักเรียนนักศึกษาเสพย์เข้าไปแล้วทำให้เกิดความกล้า ขาดสติยั้งคิดและสามารถก่อเหตุร้ายได้ตลอดเวลา
          ๓) กฎหมายลงโทษผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลย มิได้กำกับดูแลพฤติกรรมของเด็กนักเรียนนักศึกษา ทำให้เกิดปัญหาขาดความอบอุ่นในครอบครัว แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การเสพย์ยาเสพติด การมีความก้าวร้าวรุนแรง เป็นต้น
          ๔) กฎหมายด้านการกำกับดูแลสื่อประเภทต่าง ๆ ที่มีลักษณะยั่วยุให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมก้าวร้าว เช่น สื่ออินเตอร์เน็ต สื่อประเภทวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ รวมถึงการแสดงออกของนักร้องนักแสดง และสื่อมวลชนทุกประเภท
     ๒.  มาตรการด้านองค์กรตำรวจ ควรให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนนักศึกษา อย่างรวดเร็ว เป็นที่พึ่งให้กับเด็กนักเรียนนักศึกษาได้ ควรมีศูนย์กลางการรับเรื่องราว ซึ่งอาจเป็นกองสารวัตรนักเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานย่อยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง อาทิ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน
     ๓. มาตรการด้านงานสารวัตรนักเรียน และเครือข่ายสารวัตรนักเรียน ต้องมีบทบาทที่เข้มข้นในการให้ความคุ้มครองป้องกัน และพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่นักเรียนนักศึกษา รวมทั้งการจัดให้มีศูนย์ฝึกปฏิบัติเพื่อการอบรมและให้การศึกษาด้านคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งการอบรมให้นักเรียนนักศึกษาเป็นพลเมืองที่ดีในสังคมประชาธิปไตยและการมีจิตสาธารณะ

     ๔.  รัฐควรเร่งรัดออกพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กโดยด่วน เพื่อเป็นหลักประกันการปกป้องคุ้มครองเด็กต่อไป




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น